หอการค้าไทยตั้งทีมศึกษาผลกระทบใช้ พาราควอต และคลอร์ไพริฟอส
เศรษฐกิจ

หอการค้าไทยตั้งทีมศึกษาผลกระทบใช้ พาราควอต และคลอร์ไพริฟอส

Spread the love

         หอการค้าไทยตั้ง ทีมศึกษา ผลกระทบใช้ พาราควอต และคลอร์ไพริฟอส ถึงแม้กิโลกรัม วัตถุอันตรายยันห้ามใช้มีผลบังคับ 1เดือนมิถุนายน อ้างโคเด็กซ์ยังไฟเขียวแต่ว่า ระบุ จำนวนการใช้

          นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เผยอกมาว่า ช่วงนี้นี้หอการค้าไทยได้ตั้งคณะกรรมการเพื่อเล่าเรียน ผลพวงจากมติของคณะกรรมการวัตถุอันตรายในการประกาศวัตถุอันตราย 2 สารเคมีทางการเกษตรคือ พาราควอต และคลอร์ไพริฟอสเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 (ห้ามใช้ ห้ามครอบครอง) และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 63 เพี่อนำความเห็นของผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งผู้ประกอบการ เกษตรกร และผู้บริโภค เพื่อเสนอทางออกให้กับรัฐบาลพิจารณา เบื้องต้นแม้ว่าคณะกรรมการวัตถุอันตรายจะมีมติแล้วแต่ก็อยากให้มีการผ่อนปรนเงื่อนไขเพื่อให้ทุกฝ่ายมีความพร้อม

          นายกลินท์ กล่าวว่า ความคิดเห็นส่วนตัว คิดว่า ตอนนี้ ไทยรวมทั้ง ทั่วโลกมีมาตรฐานคณะกรรมาธิการมาตรฐานของกินระหว่างประเทศ หรือโคเด็กซ์ อยู่แล้ว ซึ่งเป็นมาตรฐานทั่วโลกยอมรับเกี่ยวกับสารตกค้างในผลิตภัณฑ์ ที่เกิดขึ้นจากจากการใช้วัตถุอันตรายทางการเกษตรไม่เกินเท่าไหร่ อย่างไรก็ตามหากผลการศึกษาจากทุกฝ่ายออกมาอย่างไรหรือต้องการเสนอแนะทางออกเรื่องนี้อย่างไรบ้าง ทางหอการค้าไทยก็จะเสนอให้รัฐบาลพิจารณาทางออกอีกครั้งเพื่อให้ทุกฝ่ายได้มีเวลาปรับตัวเพราะที่ผ่านมานับตั้งแต่เกิดปัญหาการระบาดโควิด-19 ภาคเอกชนและผู้ที่เกี่ยวข้องยังไม่ได้หารือกับเรื่องนี้กันอย่างจริงจัง

          นักข่าวกล่าวว่าก่อนหน้านี้สภาหอฯได้ทำหนังสือถึงนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม เพื่อขอขยายเวลาการบังคับใช้ประกาศ ในการกำหนดให้ พาราควอต และคลอร์ไพริฟอสเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4  จากเดิมที่จะมีผลคับตั้งแต่วันที่ 1 เดือนมิถุนายน 63นี้ ให้ขยายเป็นบังคับใช้วันที่ 31 ธันวาคม 63

          เนื่องจากปัจจุบันรายละเอียดต่างๆไม่ชัดเจนมากนัก ประกอบกับผู้ประกอบการและเกษตรกรก็ยังไม่มีความพร้อม ส่วนหนึ่งมาจากผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับผลกระทบจากการระบาดไวรัสโควิด-19 เพราะหากต้องมีค่ากำหนดสารตกค้างจากสารเคมีดังกล่าวเป็นศูนย์ จะมีผลทำให้ขาดแคลนวัตถุดิบในการผลิต และเกิดวิกฤตขาดแคลนอาหารทั้งในประเทศ และเพื่อการส่งออก  ซึ่งปัญหาดังกล่าวก็จะยิ่งซ้ำเติม ระบบเศรษฐกิจไทยและมีผลต่อการดำรงชีวิตของประชาชนในช่วงวิกฤตนี้ด้วย

         การยกเลิกห้ามนำเข้าสารดังที่กล่าวมาแล้วจะมีผลกระทบในวงกว้างเนื่องจากว่าสารดังกล่าวใช้ในการเพาะปลูกพืชที่เป็นวัตถุดิบ สำหรับการดัดแปลงทั้งอาหารคนและอาหารสัตว์จำนวนมาก เช่น  ถั่วเหลือง ข้าวสาลีและแป้งข้าวสาลี กาแฟ โกโก้ เป็นต้นซึ่งมีความจำเป็นที่ต้องใช้ในการอุปโภคบริโภค ประกอบกับในขณะนี้ ผลิต๓ัณฑ์อาหารสำเร็จรูปของประเทศไทยแม้ว่าจะวัตถุดิบดังกล่าวก็ผ่านเกณฑ์มาตรฐานสากลด้านความปลอดภัยทางอาหารอยู่แล้ว”

          แต่ ตอนวันที่ 30 เม.ย. 63 ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา คณะกรรมการวัตถุอันตราย ซึ่งมีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ  รมว.อุตสาหกรรมเป็นปรานได้มีการประชุมและได้ลงมติเห็นชอบในร่างประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง บัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ….ซึ่งเป็นการออกประกาศเพื่อกำหนดให้ พาราควอตและคลอร์ไพริฟอสเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 ตั้งแต่วันที่  1 มิ.ย.  63 อย่างเดิม พร้อมทั้งให้ข้อสังเกตรวมทั้งข้อเสนอแนะในการดำเนินการต่อหน่วยงานผู้รับผิดชอบและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้กำหนดมาตรการที่แน่ชัด เพื่อ ส่งผลกระทบ ต่อ ข้าง ต่างๆ ต่ำที่สุด

หอการค้าไทยตั้งทีมศึกษาผลกระทบใช้ พาราควอต และคลอร์ไพริฟอส

หอการค้าไทยตั้งทีมศึกษาผลกระทบใช้ พาราควอต และคลอร์ไพริฟอส

หอการค้าไทยตั้งทีมศึกษาผลกระทบใช้ พาราควอต และคลอร์ไพริฟอส

หอการค้าไทยตั้งทีมศึกษาผลกระทบใช้ พาราควอต และคลอร์ไพริฟอส

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *